ยินดีต้อนรับเข้าสู่จังหวัดพะเยา

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

พะยา...เมืองน่าอยู่

         บล็อกแนะนำสาถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา จัดขึ้นเพื่อประกอบการเรียนการสอนในวิชา GEN1102 เทคโนโลยีสารสนเทศ Section  AF  จัดทำโดย นาย สาโรจน์ บุษยามาศ รหัสนักศึกษา 581755100 คณะมนุษยศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

ประวัติความเป็นมาของจังหวัดพะเยา




         พะเยาเป็นเมืองประวัติศาสตร์เดิมมีชื่อว่าเมืองภูกามยาวหรือพยาวเคยมีเอกราชสมบูรณ์มีกษัตริย์ปกครองสืบราชสันตติวงศ์มาปรากฎตามตำนานเมืองพะเยา ดังนี้ 
              พุทธศักราช 1602 (จุลศักราช421) พ่อขุนเงินหรือลาวเงินกษัตริย์ผู้ครองนครเงินยางเชียงแสนได้ให้ขุนจอมธรรมโอรสองค์ทรง 2 ให้ปกครองเมืองภูกามยาว ซึ่งเป็นหัวเมืองฝ่ายใต้ขุนจอมธรรมครองเมืองภูกามยาวได้ 24ปี ก็สิ้นพระชนม์ขุนเจื่องโอรสได้ขึ้นครองราชย์แทนใน  ขณะครองเมืองได้รวบรวมลี้พลไปช่วยเมืองนครเงินยาง ของขุนชินผู้เป็นลุงจนรอดพ้นจากการรุกรานของแกวหรือญวนได้สำเร็จ ขุนชินทรงโสมนัสยิ่งนักจึงยกธิดาชื่อ พระนางอั๊วคำ สอนให้และสละราชสมบัติให้แก่ขุนเจื่องเมื่อขุนเจื่องได้ครองเมืองเงินยางแล้วจึงให้โอรสชื่อว่าลาวเงินเรืองขึ้นครองเมืองพะเยาแทนท้าวลาวเงินเรืองครองเมืองพะเยาได้๑๗ปีก็สิ้นพระชนม์ ขุนแดงโอรสครองราชย์ต่อมาเป็นเวลา7 ปีขุนชองซึ่งเป็นน้าก็แย่งราชสมบัติและได้ครองเมืองพะเยาประมาณ 20ปีและมีผู้ครองราชย์สืบต่อมาจนถึงพระยางำเมืองกษัตริย์เมืองพะเยาองค์ที่9 ซึ่งเป็นราชบุตรของพ่อขุนมิ่งเมือง เมื่อพระชนมายุได้16ชันษา พระบิดาส่งไปศึกษาที่สำนักสุกันตฤาษีเมืองลพบุรี  จึงได้รู้จักกับพระร่วงแห่งกรุงสุโขทัยโดยได้ศึกษาศิลปศาสตร์จากอาจารย์เดียวกันและทรงเป็นสหายกันตั้งแต่นั้นมา เมื่อเรียนจบก็เสด็จกลับเมืองพะเยาปีพุทธศักราช1310 พ่อขุนมิ่งเมืองพระราชบิดา  สิ้นพระชนม์จึงได้ขึ้นครองราชย์แทน  ต่อมาพ่อขุนเม็งรายได้ยกทัพมาประชิดเมืองพะเยา  พ่อขุนงำเมืองสั่งให้ไพร่พลอยู่ในความสงบและได้ให้เสนาอำมาต์ออกต้อนรับโดยดีพระองค์ได้ยกเมืองชายแดนบางเมืองให้แก่พ่อขุนเม็งรายเพื่อเป็นการสงบศึกและทั้งสองพระองค์ยังได้ทำสัญญาเป็นมิตรต่อกันตลอดไปพระยาร่วงซึ่งเป็นสหายสนิทได้เสด็จมาเยี่ยมเยือนพ่อขุนงำเมืองเป็นประจำทุกปีและได้มีโอกาสรู้จักพ่อขุนเม็งรายทั้งสามพระองค์ทรงเป็นพระสหายสนิทกันมากถึงกับได้หันหลังพิงกันพร้อมกับทำสัจจปฏิญาณ แก่กัน ณ ริมฝั่งแม่น้ำกู(แม่น้ำอิง) ว่าจะไม่ผูกเวรแก่กันจะเป็นมิตรสหายที่ดีต่อกันและได้กรีดโลหิตออกรวมกันในขันผสมน้ำดื่มพร้อมกัน เมื่อปีพุทธศักราช1816 พ่อขุนงำเมืองสิ้นพระชนม์ลงขุนคำแดงและขุนคำลือได้สืบราชสมบัติต่อมาตามลำดับ ในสมัยขุนคำลือนี้เองที่เมืองพะเยาต้องเสียเอกราชไปพระยาคำฟู แห่งนครชัยบุรีศรีเชียงแสนได้ร่วมกับพระยากาวเมืองน่านยกทัพมาตีเมืองพะเยาพระยาคำฟูตีเมืองพะเยาได้ก่อนและได้เกิดขัดใจกับพระยากาวทำให้เกิดการสู้รบพระยาคำฟูเสียทีจึงยกทัพกลับเชียงแสน  เมืองพะเยาจึงได้รวมอยู่กับอาณาจักรล้านนาตั้งแต่นั้นมาพุทธศักราช 2386  พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ให้เมืองพะเยาเป็นเมืองขึ้นของนครลำปางหลังจากนั้นก็ได้มีผู้ครองเมืองพะเยาต่อมาอีกหลายท่านจนถึงปีพุทธศักราช2457 ได้ยุบเลิกตำแหน่งเจ้าผู้ครองเมืองแล้วใช้ตำแหน่งนายอำเภอแทนพะเยาจึงมีฐานะเป็นอำเภอพะเยาต่อมาเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2520 พะเยาจึงได้รับการยกฐานะจากอำเภอพะเยา ขึ้นเป็นจังหวัดพะเยา

อ้างอิง : https://sites.google.com/site/attractioninphayaoprovince/attraction-in-phayao-province/home

สัญลักษณ์

ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดพะเยา


รูปพระเจ้าตนหลวงวัดศรีโคมคำ




              พระเจ้าตนหลวง วัดศรีโคมคำ พระพุทธรูปคู่เมือง อันเป็นหลักรวมใจของชาวพะเยา
ลายกนกเปลว บนพื้นเบื้องหลังองค์พระพุทธรูป หมายถึง ความรุ่งเรืองของ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง ดอกคำใต้ แม่ใจ เชียงคำ เชียงม่วน ปง และจุน
เบื้องล่างริมของดวงตราเป็น กว๊านพะเยา ซึ่งมีชื่อเสียง เป็นรู้จักกันดี และมี ช่อรวงข้าว ประกอบอยู่ทั้งสองข้าง ซึ่งหมายถึง ลักษณะของความเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ
ที่มา : ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดภาพเครื่องหมายราชการตาม พ.ร.บ. เครื่องหมายราชการ พ.ศ. 2482

 ธงประจำจังหวัด




สีบานเย็น หมายถึง ภูมิภาคมณฑลพายัพ
สีฟ้า หมายถึง สภาพภูมิอากาศเยือกเย็น และความมีน้ำใจโอบอ้อมอารีต่อผู้ไปเยี่ยมเยือน
สีเหลือง หมายถึง เป็นดินแดนที่รุ่งเรือง อยู่เย็นเป็นสุขในร่มเงาพระบวรพุทธศาสนา
สีเขียว หมายถึง ความสดชื่นงอกงามแห่งพืชพันธุ์ธัญญาหาร

ดอกไม้ประจำจังหวัด




ชื่อพรรณไม้ : สารภี
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mammea siamensis (T. Anderson ) Kosterm.
ความเป็นมา : เนื่องจาก เมื่อ วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2537 รัฐบาลได้จัดงานวันรณรงค์โครงการ ปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงครองราชย์ ปีที่ 50 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยกราบบังคับทูลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นองค์ประธาน และมีหมายกำหนดการพระราชทานพันธุ์ไม้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อนำไปปลูกเป็นสิริมงคลในท้องที่จังหวัดนั้น ๆ จังหวัดพะเยาได้กำหนด "ต้นสารภี" เป็นชื่อไม้มงคลเข้าร่วมงานด้วย และถือเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดตั้งแต่นั้นมา ถือได้ว่า ปี พ.ศ. 2537 เป็นปีที่ประกาศให้ไม้ชนิดนี้เป็นต้นไม้ประจำจังหวัด
ที่มา : สาระน่ารู้ เรื่อง ไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัด ส่วนเพาะชำกล้าไม้ สำนักส่งเสริมการปลูกป่า กรมป่าไม้

 คำขวัญ


คำขวัญจังหวัดพะเยา
" กว๊านพะเยาแหล่งชีวิต ศักดิ์สิทธิ์พระเจ้าตนหลวง บวงสรวงพ่อขุนงำเมือง งามลือเลื่องดอยบุษราคัม "

คำขวัญประจำอำเภอเชียงคำ
" เมืองแห่งธรรมะ     มีพระนั่งดิน
ถิ่นทอน้ำไหล         ผ้าไทลื้อ                                                           
น้ำตกเลื่องลือ         คะแนงน้ำมิน                                                           
ป่าไม้พื้นดิน          อุดมสมบูรณ์ "คำขวัญประจำอำเภอจุน

" พระธาตุขิงแกง     แหล่งปลาค้าว
ค่าวหงส์หิน          ถิ่นเวียงลอ
พืชผลเกษตรเพียงพอ    ข้าวก่ำงาม "

คำขวัญประจำอำเภอดอกคำใต้
" ดอกคำใต้เมืองคนงาม     วัฒนธรรมหลากหลาย
มากมายหัตถกรรม          พระธาตุงามจอมไคร้
ล่องช้างแหล่งอาศัย          มากน้ำใจชาวประชา "

คำขวัญประจำอำเภอแม่ใจ

" พระเจ้าทองทิพย์คู่ถิ่น     แหล่งทำกินหนองเล็งทราย
มากมายสวนลิ้นจี่           รสดีมะพร้าวเผา "

คำขวัญประจำอำเภอเชียงม่วน

" โบราณสถานท่าฟ้า     ฝั่งต้าไชยสถาน
ธารสวรรค์               บ่อเบี้ย
ล่องเรือแก่งหลวง      บวงสรวงพระธาตุภูปอ "

คำขวัญประจำอำเภอปง
" พระธาตุดอยหยวกคู่เมือง     นามลือเลื่องภูลังกา
รักสัตว์ป่าดอยผาช้าง           ถ้ำผาตั้งตระการตา
ตาดซาววางามล้ำเลิศ           แหล่งกำเนิดแม่น้ำยม "

คำขวัญประจำอำเภอภูซาง
" เชียงแลงเมืองโบราณ       อุทยานน้ำตก
                มรดกไทลื้อ                     เลื่องลือหอมกระเทียม
                หวานเยี่ยมน้ำอ้อยสบบง    สูงส่งถิ่นพระธาตุ
เยี่ยมตลาดไทยลาว           แดนสาวงามนามภูซาง "

คำขวัญประจำอำเภอภูกามยาว

 " ภูกามยาวดอยงาม          ดินแดนสามพระธาตุ
ประวัติศาสตร์เมืองเก่า    อู่ข้าวลุ่มน้ำอิง "

อ้างอิง   :   http://www.phayao.go.th/

การเดินทาง

แผนที่จังหวัดพะเยา



การเดินทางไปจังหวัดพะเยา

1. รถยนต์ส่วนตัว 
เส้นทางที่ 1 ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเซีย) ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี นครสวรรค์ เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1 ที่นครสวรรค์ ผ่านอำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร ตาก ผ่านอำเภอเถิน อำเภอสบปราบ อำเภองาว จังหวัดลำปาง เข้าสู่ตัวเมืองพะเยา ระยะทาง 969 กิโลเมตร 
เส้นทางที่ 2 ใข้ทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเซีย) ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี นครสวรรค์ เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 117 จนถึงพิษณุโลก แยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 12 ไปจนถึงสุโขทัย เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 101 ผ่านอำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 103 ผ่านอำเภอร้องกวาง เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านอำเภองาว เข้าสู่ตัวเมืองพะเยา ระยะทาง 782 กิโลเมตร เส้นทางที่ 3 สามารถเดินทางเป็นวงรอบได้โดยใช้เส้นทางกรุงเทพฯ -นครสวรรค์-พิษณุโลก-สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-เด่นชัย-แพร่-ร้องกวาง-พะเยา ระยะทาง 782 กิโลเมตร ขากลับใช้เส้นทางพะเยา-เชียงราย-แม่สรวย-เวียงป่าเป้า-ดอยสะเก็ด-เชียงใหม่ลำปาง-ตาก-กรุงเทพฯ ระยะทาง 966 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง
2. รถยนต์ประจำทาง
บริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถโดยสารปรับอากาศและรถธรรมดาออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ ถนนกำแพงเพชร 2 สอบถามได้ที่ โทร. 0 2537 8055, 0 2936 2852-66 หรือwww.transport.co.th บริษัท ขนส่ง จำกัด พะเยา โทร.0 5443 1363 สำหรับรถเอกชนติดต่อบริษัท สยามเฟิร์สทัวร์ โทร. 0 2954 3601, 0 5443 1865 สมบัติทัวร์ โทร.0 2936 2495-9, 0 5424 6503 จากเชียงใหม่มีรถโดยสารประจำทางทั้งธรรมดา และปรับอากาศไป-กลับ พะเยาทุกวัน ตั้งแต่ 06.00-17.30 น. รถออกทุกๆ ครึ่งชั่วโมง สอบถามได้ที่บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด โทร. 0 5324 6503
3.รถไฟ 
จากสถานีรถไฟหัวลำโพงสามารถนั่งรถไฟสายเหนือลงที่ลำปาง หรือเชียงใหม่ แล้วต่อรถโดยสารไปจังหวัดพะเยา
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร.1690, 0 2223 7010, 0 2223 7020 หรือ www.railway.co.th 
4.เครื่องบิน 
บริษัท การบินไทย จำกัด ไม่มีเครื่องบินบินตรงไปจังหวัดพะเยา ต้องใช้เที่ยวบินกรุงเทพฯ -เชียงราย หรือ กรุงเทพฯ แพร่ จากนั้นต้องเช่าเหมารถมายังจังหวัดพะเยา สอบถามเที่ยวบินได้ที่ 1566, 0 2280 0060, 
0 2628 2000, 0 2356 1111 หรือwww.thaiairways.com 

การคมนาคมภายในตัวจังหวัด จ.พะเยาการเดินทางจากอำเภอเมืองพะเยาไปยังอำเภอต่าง ๆ
อำเภอเมือง
กิโลเมตร 
อำเภอดอกคำใต้ 
15 กิโลเมตร 
อำเภอแม่ใจ 
24 กิโลเมตร 
อำเภอจุน
48 กิโลเมตร 
อำเภอเชียงคำ
76 กิโลเมตร 
อำเภอปง
79 กิโลเมตร 
อำเภอภูชาง
85 กิโลเมตร 
อำเภอเชียงม่วน
117 กิโลเมตร

อ้างอิง : http://www.paiduaykan.com/

ข้อมูลเกียวกับจังหวัดพะเยา

สภาพทั่วไป

จังหวัดพะเยา เป็นจังหวัดในภาคเหนือตอนบน มีประวัติความเป็นมาที่เก่าแก่ยาวนานไม่น้อยไปกว่าเมืองอื่นๆ ในอาณาจักรล้านนา บริเวณที่ตั้งของจังหวัดพะเยาในปัจจุบันอยู่ติดกับกว๊านพะเยา เดิมเป็นที่ตั้งของเมือง ภูกามยาว หรือ พยาว ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อพุทธศตวรษที่ 16 โดยมีผู้ปกครองคือ พ่อขุนงำเมือง ภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงอำนาจ และตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของอาณาจักรล้านนา เมื่อถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เมืองพะเยาอยู่ภายใต้การปกครองของจังหวัดเชียงรายในฐานะ อำเภอพะเยา และเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2520 อำเภอพะเยาได้ยกฐานะขึ้นเป็น จังหวัดพะเยา นับเป็นจังหวัดที่ 72 ของประเทศไทย
พื้นที่ 6,335.060 ตร.กม. (อันดับที่ 34)
ประชากร ณ เดือนธันวาคม พ.ศ.2557 มีประชากรทั้งสิ้น 484,454 คน เป็นชาย 236,671 คน   หญิง 247,783 คน
มีจำนวนบ้านทั้งสิ้น 181,374 หลัง ความหนาแน่นโดยเฉลี่ยประมาณ 76.47 คน/ตารางกิโลเมตร
จังหวัดพะเยามีประชาชนอาศัยอยู่ตามบริเวณเทือกเขาสูง จำนวน 10 กลุ่มชาติพันธุ์ ได้แก่ ลีซู จีน มูเซอ       อาข่า เมี่ยน ม้ง ลื้อ ลั๊วะ กะเหรี่ยง และไทยที่สูง โดยกระจายอยู่ตามอำเภอต่างๆ เช่น เชียงคำ แม่ใจ เมืองพะเยา ดอกคำใต้ เชียงม่วน ปง และภูซาง
มีจำนวนประชากร 29,113 คน 5,488 ครัวเรือน

ที่มา  :  ศูนย์พัฒนาสังคม หน่วยที่ 31 จังหวัดพะเยา พ.ศ.2557

ที่ตั้งและสภาพภูมิศาสตร์

จังหวัดพะเยาเป็นจังหวัดชายแดนจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย ตั้งอยู่ในภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย (กลุ่มจังหวัดล้านนา) ห่างจากกรุงเทพมหานครตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 เป็นระยะทางประมาณ 735 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 6,335 ตารางกิโลเมตร มีอาณาเขต ดังนี้
     ทิศเหนือ    ติดเขตอำเภอพาน อำเภอป่าแดด และอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
     ทิศใต้    ติดเขตอำเภองาว จังหวัดลำปาง และอำเภอสอง จังหวัดแพร่
     ทิศตะวันออก   ติดเขตแขวงไชยบุรี สาธารณรัฐประชาชนลาว (สปป.ลาว) และอำเภอท่าวังผา อำเภอเมืองน่าน และอำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน
     ทิศตะวันตก  ติดเขตอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง

            พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดพะเยาเป็นที่ราบสูง มีระดับความสูงตั้งแต่ 320 – 2,020 เมตร จากระดับน้ำทะเล พื้นที่โดยทั่วไปของจังหวัดมีเทือกเขาล้อมรอบ ทางด้านทิศตะวันตก ตะวันออก ทิศใต้ และตอนกลางของจังหวัด มีทิวเขาผีปันน้ำ โอบล้อมเป็นกำแพงธรรมชาติ เทือกเขาสำคัญ ได้แก่ ดอยภูลังกา ดอยสันปันน้ำ ดอยแม่สุก ดอยขุนแม่ฝาก ดอยขุนแม่ต๋า และดอยขุนแม่ต๋อย

สภาพอากาศ ของจังหวัดพะเยา

แบ่งได้เป็น 3 ฤดู คือ
ฤดูร้อน อยู่ระหว่าง เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม อากาศร้อนจัดในเดือนพฤษภาคม อุณหภูมิสูงสุด วัดได้ 39.5 องศาเซลเซียส
ฤดูฝน อยู่ระหว่าง เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม ฝนตกหนาแน่นในเดือนพฤษภาคม ฝนตกตลอดปี ประมาณ 1,043.9 มิลลิเมตร มีวันฝนตก 101 วัน
ฤดูหนาว อยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนกุมภาพันธ์ อากาศหนาวจัดในเดือนพฤศจิกายน และ เดือนมกราคม อุณหภูมิต่ำสุด วัดได้ 10.8 องศาเซลเซียส ในเดือนธันวาคม

สภาพพื้นฐานด้านเศรษฐกิจและสังคม

สถานการณ์ด้านแรงงานของจังหวัดพะเยา ไตรมาส 3 ปี 2555 (กรกฎาคม – กันยายน 2555) จากผลการสํารวจภาวะการทํางานของจังหวัดพะเยาพบว่าจํานวนประชากรที่อยู่ในวัยแรงงานที่มีประชากร ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป มีประมาณ 449,825 คน เป็นชาย 223,021 คน เป็นหญิง 226,804 คน แยกเป็นผู้ที่อยู่ในกําลัง แรงงานรวม 317,937 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 70.7 ของประชากรที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป เป็นผู้มีงานทํา 316,815 คน คิดเป็นร้อยละ 70.4 ของกําลังแรงงานรวม เพศชาย 173,992 คน เพศหญิง 143,945 คน ผู้ว่างงาน 503 คน คิดเป็น ร้อยละ 0.1 ของกําลังแรงงานรวม และเป็นแรงงานที่รอฤดูกาล 620 คน คิดเป็นร้อยละ 0.2 ของกําลังแรงงานรวม การมีงานทํา เมื่อพิจารณาแยกตามประเภทอุตสาหกรรม จํานวนผู้มีงานทําในจังหวัดพะเยา ประมาณ 316,815 คน พบว่า ส่วนใหญ่เป็นผู้ทํางานอยู่ในสาขาหลักๆ จํานวน 3 สาขา ได้แก่ เกตษรกรรม ป่าไม้และ การประมง จํานวน 200,646 คน หรือร้อยละ 54.6 ของผู้มีงานทําทั้งหมด รองลงมาคือการขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์และจักรยานยนต์จํานวน 37,933 คน คิดเป็นร้อยละ 11.9 และการผลิต จํานวน 23,963 คน คิดเป็นร้อยละ 7.5 ที่เหลือกระจายอยู่ในสาขาต่างๆ เช่น สาขาการก่อสร้าง การบริหารราชการ โรงแรมและภัตตาคาร การศึกษา งานด้านสุขภาพ การบริการชุมชน การขนส่ง กิจกรรมทางการเงิน ด้านอสังหาริมทรัพย์ข้อมูลข่าวสารและ การสื่อสาร ลูกจ้างในครัวเรือ กิจกรรมทางวิชาชีพและเทคนิค การทําเหมืองแร่และเหมืองหินเป็นต้น

อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพเก่าอาชีพแก่  ที่อยู่คู่กับเราชาวรากหญ้ามาช้านาน

เพราะการทำเกษตรกรเป็นอาชีพหลักมาแต่เดิม ในพื้นที่ที่อยู่อาศัยก็เป็นพื้นที่ที่มีการเพาะปลูกจึงเลือกที่จำการเกษตร และการเกษตรเป็นการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายอีกทั้งยังให้รายได้ให้กับเกษตรกรรายอื่นได้ด้วย  เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนรากหญ้าเป็นชาวบ้านที่ใช้ชีวิตแบบไม่สิ้นเปลืองมีเงินไม่มากการศึกษาน้อย การเกษตรจึงเป็นทางเลือกของพวกเขาที่ให้ทั้งรายได้และให้ผลผลิตที่เพาะปลูกมาใช้เอง
ความเป็นมาของอาชีพเกษตรกรในประเทศไทย
อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพดั่งเดิมของประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตข้าวของโลก ผู้คนในอดีตสืบทอดการทำการเกษตรให้ลูกหลานต่อกันมาเป็นทอด ๆ โดยข้าวเป็นพืชเกษตรหลักในการหาเลี้ยงชีพ ส่วนการปลูกผลไม้ ปลูก พืชผัก ผลไม้อื่น ๆ เป็นเพียงการปลูกรับประทานในครัวเรือน และแบ่งปันญาติมิตรเพื่อนบ้าน เหลือจึงขาย เมื่อการเปลี่ยนแปลงยุคเกษตรกรรมแบบตะวันตกเริ่มเข้ามาในประเทศไทย คน ไทยได้รับเอาวิธีการผลิตพืชผลเกษตรเข้ามาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำเกษตรแบบ เดิมจากการปลูกพืชผสมผสมผสาน ปลูกข้าวเป็นหลัก มาเป็นการปลูกพืช ผลไม้เชิงเศรษฐกิจเพียงชนิดเดียว เป็นหลัก
การเพาะปลูก
เป็นอาชีพหลักของประชากรในภาคเหนือ พืชผลที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว ซึ่งมีการปลูกตามที่ราบลุ่มที่มีน้ำอุดมสมบูรณ์ บางแห่งปลูกได้ปีละ 2 ครั้ง แหล่งปลูกข้าวในภาคนี้ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำปาง ลำพูนแพร่ อุตรดิตถ์ พิจิตร อุทัยธานี นครสวรรค์ นอกจากนี้ยังมีพืชเศรษฐกิจที่ปลูกได้ดีและกระทำกันหนาแน่นในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำและที่ราบหุบเขา ได้แก่ ยาสูบ ข้าวโพด ถั่วเหลือง ข้าวฟ่าง ใบชา หอม กระเทียม ผลไม้ที่สำคัญ ได้แก่ สำไย ลิ้นจี่ มะม่วง รวมทั้งผลไม้เมืองหนาวเช่น สตรอเบอร์รี่ ลูกต้อ แอปเปิล ซึ่งทั้งหมดนี้จะให้ผลผลิตสูงในฤดูหนาว
การทำนาในจังหวัดพะเยา นิยมการทำนาดำและยังทำนาได้หลายฤดูกาล เพราะพะเยาเป็นเหมือนแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีน้ำให้ใช้ได้ตลอดปี ส่วนในพื้นที่ราบสูงเนื่องจากพื้นที่เล็กต้องมีการสร้างคันนาและเหมืองฝายกันน้ำ ถือว่าเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น
การเลี้ยงสัตว์
เป็นอาชีพที่มีความสำคัญรองจาการเพาะปลูก ภูมิประเทศภาคเหนือเป็นภูเขา หุบเขาและที่ราบระหว่างภูเขาทำให้พื้นดินมีหญ้าอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเลี้ยงสัตว์ตลอดปี สัตว์ที่เลี้ยงมาก ได้แก่ โค กระบือ สุกร โคเลี้ยงกันมากันโคนมและโคเนื้อ คนพะเยาส่วนมากมักเลี้ยงในครัวเรือน เลี้ยงบนบ่อเลี้ยงปลา หรือไม่บางครั้งเรือนก็เลี้ยงเพื่อประกอบอาชีพหลัก
การประมง


ภาคเหนือมีการประมงน้ำจืดตามแม่น้ำ ลำคลอง หนอง และบึง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำตามธรรมชาติ และการประมงตามแหล่งน้ำที่สร้างขึ้น  ส่วนการประมงหลักของคนพะเยาเป็นการเพาะเลี้ยงเพื่อธุรกิจและยึดเป็นอาชีพหลักคือการเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืด เลี้ยงกุ้ง ส่วนเกษตรกรที่หาเช้ากินค่ำก็ทำประมงตามแหล่งน้ำธรรมชาติได้มาเพื่อกินส่วนหนึ่ง อีกส่วนนำขาย

สถานที่ท่องเที่ยว

แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา 

10 ที่เที่ยวพะเยา – แนะนำ 10 ที่เที่ยวแนะนำเมื่อมาเยือนจังหวัดพะเยา

1. กว๊านพะเยา 




 ข้อมูล : กว๊านพะเยา สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดพะเยา มีเนื้อที่ประมาณ 12,831 ไร่ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลากว่า 50....... อ่านต่อได้ที่ : http://www.painaidii.com/diary/diary-detail/002325/lang/th/
ที่ตั้ง : ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา
เวลาเปิด-ปิด :  เปิดให้เข้าชมทุกวัน
การเดินทาง : ใช้ถนนตรงเข้าไปริมกว๊าน

2. อุทยานแห่งชาติดอยภูนาง 






ข้อมูล : อุทยานแห่งชาติดอยภูนาง ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอดอกคำใต้ อำเภอปง และอำเภอเชียงม่วน มีพื้นที่ทั้งหมด....... อ่านต่อได้ที่ : http://www.painaidii.com/diary/diary-detail/002325/lang/th/
ที่ตั้ง : หมู่ ตำบลบ้านมาง  อำเภอเชียงม่วน  จังหวัดพะเยา   56160
โทรศัพท์ : 054-489-202
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน

3. อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง




ข้อมูล : อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง อดีตกษัตริย์ผู้ปกครองเมืองภูกามยาวลำดับที่ ระหว่างปี พ.ศ. 1801 - 1841....... อ่านต่อได้ที่ : http://www.painaidii.com/diary/diary-detail/002325/lang/th/
ที่ตั้ง : ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน

4. อุทยานแห่งชาติป่าแม่ปืม






ข้อมูล : อุทยานแห่งชาติป่าแม่ปืม มีพื้นที่ 222,500 ไร่ ครอบคลุมจังหวัดเชียงราย และพะเยา พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงชัน....... อ่านต่อได้ที่ : http://www.painaidii.com/diary/diary-detail/002325/lang/th/
ที่ตั้ง :  หมู่ บ้านป่าตึง ต.แม่ใจ ตำบลแม่ใจ อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา 56130
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน 

5. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า






ข้อมูล : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า  จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2530 โดยเริ่มจากการบุกเบิกพื้นที่พัฒนาที่ดินจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำจัดสรรพื้นที่ทำกินให้แก่ราษฎรเพื่อยุติการบุกทำลายป่าไม้จากนั้นส่งเสริมการปลูกไม้ผลเมืองหนาว....... อ่านต่อได้ที่ : http://www.painaidii.com/diary/diary-detail/002325/lang/th/
ที่ตั้ง : ศูนย์พัฒนาการโครงการหวงปังค่า บ้านปังค่า ตำบลผาช้างน้อย อำเภอปง จังหวัดพะเยา
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน

6. วัดศรีโคมคำ





ข้อมูล : เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี และวัดพัฒนาตัวอย่าง ประชาชนทั่วไปนิยมเรียกว่า วัดพระเจ้าตนหลวง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศิลปเชียงแสนองค์ใหญ่ที่สุดในล้านนาไทย....... อ่านต่อได้ที่ : http://www.painaidii.com/diary/diary-detail/002325/lang/th/
ที่ตั้ง : 692 ถนนพหลโยธิน หมู่ที่ ตำบลเวียง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน

7. วัดพระธาตุจอมทอง




ข้อมูล : วัดพระธาตุจอมทอง ตั้งอยู่บนดอยจอมทอง ตรงข้ามวัดศรีโคมคำ ห่างจากตัวเมือง 3  กิโลเมตร เป็นโบราณสถานคู่เมืองพะเยา....... อ่านต่อได้ที่ : http://www.painaidii.com/diary/diary-detail/002325/lang/th/
ที่ตั้ง : ถนนพหลโยธิน ตำบลต๋อม อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา.
เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 16.30 

8. วนอุทยานภูลังกา






ข้อมูล : วนอุทยานภูลังกา ดอยภูลังกา ภาษาชาวเขาเผ่าเมี่ยน เรียกว่า "ฟินจาเบาะ" หมายความว่า "ภูเทวดา" เป็นยอดดอยที่สวยงามมีความสูง....... อ่านต่อได้ที่ : http://www.painaidii.com/diary/diary-detail/002325/lang/th/
ที่ตั้ง :  ตำบลผาช้างน้อย อำเภอปง จังหวัดพะเยา
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน

9. วัดติโลกอาราม 





ข้อมูล : วัดติโลกอาราม เป็นวัดร้างที่จมอยู่ใต้น้ำในกว๊านพะเยา แต่เดิมเป็นเนินสันธาตุท้ายหมู่บ้านร่องไฮ....... อ่านต่อได้ที่ : http://www.painaidii.com/diary/diary-detail/002325/lang/th/
ที่ตั้ง : หมู่บ้านร่องไฮ ตำบลแม่ใส อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา.
เวลาเปิด-ปิด : 8.00 - 17.00 น.

10. อุทยานแห่งชาติภูซาง 







ข้อมูล : อุทยานแห่งชาติภูซาง ตั้งอยู่ในท้องที่กิ่งอำเภอภูซางจังหวัดพะเยา และอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย....... อ่านต่อได้ที่ : http://www.painaidii.com/diary/diary-detail/002325/lang/th/
ที่ตั้ง :  กิ่งอำเภอภูซางจังหวัดพะเยา และอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน
อ้างอิง http://www.painaidii.com/diary/diary-detail/002325/lang/th/