ยินดีต้อนรับเข้าสู่จังหวัดพะเยา

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ข้อมูลเกียวกับจังหวัดพะเยา

สภาพทั่วไป

จังหวัดพะเยา เป็นจังหวัดในภาคเหนือตอนบน มีประวัติความเป็นมาที่เก่าแก่ยาวนานไม่น้อยไปกว่าเมืองอื่นๆ ในอาณาจักรล้านนา บริเวณที่ตั้งของจังหวัดพะเยาในปัจจุบันอยู่ติดกับกว๊านพะเยา เดิมเป็นที่ตั้งของเมือง ภูกามยาว หรือ พยาว ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อพุทธศตวรษที่ 16 โดยมีผู้ปกครองคือ พ่อขุนงำเมือง ภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงอำนาจ และตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของอาณาจักรล้านนา เมื่อถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เมืองพะเยาอยู่ภายใต้การปกครองของจังหวัดเชียงรายในฐานะ อำเภอพะเยา และเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2520 อำเภอพะเยาได้ยกฐานะขึ้นเป็น จังหวัดพะเยา นับเป็นจังหวัดที่ 72 ของประเทศไทย
พื้นที่ 6,335.060 ตร.กม. (อันดับที่ 34)
ประชากร ณ เดือนธันวาคม พ.ศ.2557 มีประชากรทั้งสิ้น 484,454 คน เป็นชาย 236,671 คน   หญิง 247,783 คน
มีจำนวนบ้านทั้งสิ้น 181,374 หลัง ความหนาแน่นโดยเฉลี่ยประมาณ 76.47 คน/ตารางกิโลเมตร
จังหวัดพะเยามีประชาชนอาศัยอยู่ตามบริเวณเทือกเขาสูง จำนวน 10 กลุ่มชาติพันธุ์ ได้แก่ ลีซู จีน มูเซอ       อาข่า เมี่ยน ม้ง ลื้อ ลั๊วะ กะเหรี่ยง และไทยที่สูง โดยกระจายอยู่ตามอำเภอต่างๆ เช่น เชียงคำ แม่ใจ เมืองพะเยา ดอกคำใต้ เชียงม่วน ปง และภูซาง
มีจำนวนประชากร 29,113 คน 5,488 ครัวเรือน

ที่มา  :  ศูนย์พัฒนาสังคม หน่วยที่ 31 จังหวัดพะเยา พ.ศ.2557

ที่ตั้งและสภาพภูมิศาสตร์

จังหวัดพะเยาเป็นจังหวัดชายแดนจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย ตั้งอยู่ในภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย (กลุ่มจังหวัดล้านนา) ห่างจากกรุงเทพมหานครตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 เป็นระยะทางประมาณ 735 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 6,335 ตารางกิโลเมตร มีอาณาเขต ดังนี้
     ทิศเหนือ    ติดเขตอำเภอพาน อำเภอป่าแดด และอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
     ทิศใต้    ติดเขตอำเภองาว จังหวัดลำปาง และอำเภอสอง จังหวัดแพร่
     ทิศตะวันออก   ติดเขตแขวงไชยบุรี สาธารณรัฐประชาชนลาว (สปป.ลาว) และอำเภอท่าวังผา อำเภอเมืองน่าน และอำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน
     ทิศตะวันตก  ติดเขตอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง

            พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดพะเยาเป็นที่ราบสูง มีระดับความสูงตั้งแต่ 320 – 2,020 เมตร จากระดับน้ำทะเล พื้นที่โดยทั่วไปของจังหวัดมีเทือกเขาล้อมรอบ ทางด้านทิศตะวันตก ตะวันออก ทิศใต้ และตอนกลางของจังหวัด มีทิวเขาผีปันน้ำ โอบล้อมเป็นกำแพงธรรมชาติ เทือกเขาสำคัญ ได้แก่ ดอยภูลังกา ดอยสันปันน้ำ ดอยแม่สุก ดอยขุนแม่ฝาก ดอยขุนแม่ต๋า และดอยขุนแม่ต๋อย

สภาพอากาศ ของจังหวัดพะเยา

แบ่งได้เป็น 3 ฤดู คือ
ฤดูร้อน อยู่ระหว่าง เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม อากาศร้อนจัดในเดือนพฤษภาคม อุณหภูมิสูงสุด วัดได้ 39.5 องศาเซลเซียส
ฤดูฝน อยู่ระหว่าง เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม ฝนตกหนาแน่นในเดือนพฤษภาคม ฝนตกตลอดปี ประมาณ 1,043.9 มิลลิเมตร มีวันฝนตก 101 วัน
ฤดูหนาว อยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนกุมภาพันธ์ อากาศหนาวจัดในเดือนพฤศจิกายน และ เดือนมกราคม อุณหภูมิต่ำสุด วัดได้ 10.8 องศาเซลเซียส ในเดือนธันวาคม

สภาพพื้นฐานด้านเศรษฐกิจและสังคม

สถานการณ์ด้านแรงงานของจังหวัดพะเยา ไตรมาส 3 ปี 2555 (กรกฎาคม – กันยายน 2555) จากผลการสํารวจภาวะการทํางานของจังหวัดพะเยาพบว่าจํานวนประชากรที่อยู่ในวัยแรงงานที่มีประชากร ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป มีประมาณ 449,825 คน เป็นชาย 223,021 คน เป็นหญิง 226,804 คน แยกเป็นผู้ที่อยู่ในกําลัง แรงงานรวม 317,937 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 70.7 ของประชากรที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป เป็นผู้มีงานทํา 316,815 คน คิดเป็นร้อยละ 70.4 ของกําลังแรงงานรวม เพศชาย 173,992 คน เพศหญิง 143,945 คน ผู้ว่างงาน 503 คน คิดเป็น ร้อยละ 0.1 ของกําลังแรงงานรวม และเป็นแรงงานที่รอฤดูกาล 620 คน คิดเป็นร้อยละ 0.2 ของกําลังแรงงานรวม การมีงานทํา เมื่อพิจารณาแยกตามประเภทอุตสาหกรรม จํานวนผู้มีงานทําในจังหวัดพะเยา ประมาณ 316,815 คน พบว่า ส่วนใหญ่เป็นผู้ทํางานอยู่ในสาขาหลักๆ จํานวน 3 สาขา ได้แก่ เกตษรกรรม ป่าไม้และ การประมง จํานวน 200,646 คน หรือร้อยละ 54.6 ของผู้มีงานทําทั้งหมด รองลงมาคือการขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์และจักรยานยนต์จํานวน 37,933 คน คิดเป็นร้อยละ 11.9 และการผลิต จํานวน 23,963 คน คิดเป็นร้อยละ 7.5 ที่เหลือกระจายอยู่ในสาขาต่างๆ เช่น สาขาการก่อสร้าง การบริหารราชการ โรงแรมและภัตตาคาร การศึกษา งานด้านสุขภาพ การบริการชุมชน การขนส่ง กิจกรรมทางการเงิน ด้านอสังหาริมทรัพย์ข้อมูลข่าวสารและ การสื่อสาร ลูกจ้างในครัวเรือ กิจกรรมทางวิชาชีพและเทคนิค การทําเหมืองแร่และเหมืองหินเป็นต้น

อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพเก่าอาชีพแก่  ที่อยู่คู่กับเราชาวรากหญ้ามาช้านาน

เพราะการทำเกษตรกรเป็นอาชีพหลักมาแต่เดิม ในพื้นที่ที่อยู่อาศัยก็เป็นพื้นที่ที่มีการเพาะปลูกจึงเลือกที่จำการเกษตร และการเกษตรเป็นการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายอีกทั้งยังให้รายได้ให้กับเกษตรกรรายอื่นได้ด้วย  เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนรากหญ้าเป็นชาวบ้านที่ใช้ชีวิตแบบไม่สิ้นเปลืองมีเงินไม่มากการศึกษาน้อย การเกษตรจึงเป็นทางเลือกของพวกเขาที่ให้ทั้งรายได้และให้ผลผลิตที่เพาะปลูกมาใช้เอง
ความเป็นมาของอาชีพเกษตรกรในประเทศไทย
อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพดั่งเดิมของประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตข้าวของโลก ผู้คนในอดีตสืบทอดการทำการเกษตรให้ลูกหลานต่อกันมาเป็นทอด ๆ โดยข้าวเป็นพืชเกษตรหลักในการหาเลี้ยงชีพ ส่วนการปลูกผลไม้ ปลูก พืชผัก ผลไม้อื่น ๆ เป็นเพียงการปลูกรับประทานในครัวเรือน และแบ่งปันญาติมิตรเพื่อนบ้าน เหลือจึงขาย เมื่อการเปลี่ยนแปลงยุคเกษตรกรรมแบบตะวันตกเริ่มเข้ามาในประเทศไทย คน ไทยได้รับเอาวิธีการผลิตพืชผลเกษตรเข้ามาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำเกษตรแบบ เดิมจากการปลูกพืชผสมผสมผสาน ปลูกข้าวเป็นหลัก มาเป็นการปลูกพืช ผลไม้เชิงเศรษฐกิจเพียงชนิดเดียว เป็นหลัก
การเพาะปลูก
เป็นอาชีพหลักของประชากรในภาคเหนือ พืชผลที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว ซึ่งมีการปลูกตามที่ราบลุ่มที่มีน้ำอุดมสมบูรณ์ บางแห่งปลูกได้ปีละ 2 ครั้ง แหล่งปลูกข้าวในภาคนี้ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำปาง ลำพูนแพร่ อุตรดิตถ์ พิจิตร อุทัยธานี นครสวรรค์ นอกจากนี้ยังมีพืชเศรษฐกิจที่ปลูกได้ดีและกระทำกันหนาแน่นในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำและที่ราบหุบเขา ได้แก่ ยาสูบ ข้าวโพด ถั่วเหลือง ข้าวฟ่าง ใบชา หอม กระเทียม ผลไม้ที่สำคัญ ได้แก่ สำไย ลิ้นจี่ มะม่วง รวมทั้งผลไม้เมืองหนาวเช่น สตรอเบอร์รี่ ลูกต้อ แอปเปิล ซึ่งทั้งหมดนี้จะให้ผลผลิตสูงในฤดูหนาว
การทำนาในจังหวัดพะเยา นิยมการทำนาดำและยังทำนาได้หลายฤดูกาล เพราะพะเยาเป็นเหมือนแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีน้ำให้ใช้ได้ตลอดปี ส่วนในพื้นที่ราบสูงเนื่องจากพื้นที่เล็กต้องมีการสร้างคันนาและเหมืองฝายกันน้ำ ถือว่าเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น
การเลี้ยงสัตว์
เป็นอาชีพที่มีความสำคัญรองจาการเพาะปลูก ภูมิประเทศภาคเหนือเป็นภูเขา หุบเขาและที่ราบระหว่างภูเขาทำให้พื้นดินมีหญ้าอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเลี้ยงสัตว์ตลอดปี สัตว์ที่เลี้ยงมาก ได้แก่ โค กระบือ สุกร โคเลี้ยงกันมากันโคนมและโคเนื้อ คนพะเยาส่วนมากมักเลี้ยงในครัวเรือน เลี้ยงบนบ่อเลี้ยงปลา หรือไม่บางครั้งเรือนก็เลี้ยงเพื่อประกอบอาชีพหลัก
การประมง


ภาคเหนือมีการประมงน้ำจืดตามแม่น้ำ ลำคลอง หนอง และบึง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำตามธรรมชาติ และการประมงตามแหล่งน้ำที่สร้างขึ้น  ส่วนการประมงหลักของคนพะเยาเป็นการเพาะเลี้ยงเพื่อธุรกิจและยึดเป็นอาชีพหลักคือการเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืด เลี้ยงกุ้ง ส่วนเกษตรกรที่หาเช้ากินค่ำก็ทำประมงตามแหล่งน้ำธรรมชาติได้มาเพื่อกินส่วนหนึ่ง อีกส่วนนำขาย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น